[Trans]*Light novel : Kuroko no Basuke -Replace- [G1-3]

posted on 05 Nov 2012 20:48 by riizij in Translation directory Fiction, Cartoon
มาต่อแล้วค่ะ คราวนี้ยาวนิด
พยายามแปลตามต้นฉบับนะคะ อาจจะไม่เป๊ะ 100% แต่จะพยายามทำให้ลื่นที่สุด
และด้วยความที่เป็น eng เราเลยไม่สามารถแปลคำพูดติดปากของพวกนี้ได้ทั้งหมด
(ว้า ไม่สนุกเลย > <)

เครดิตแปล จีน>Eng [ทางนี้] ค่ะ สำหรับใครอยากอ่านต้นทาง

ส่วนทางนี้ตอนที่แล้ว
Part-I   
Part-II
 
 
[Please don't repost *กรุณาอย่านำไปเผยแพร่นะคะ เวลามีอะไรผิดพลาดจะได้เก็บกู้ง่าย :)]
 
 
เชิญค่ะ...
 
 

Kuroko no Basuke -Replace-


The 1st Game: Teikou Middle School’s Eventful Afterschool

[Part-III]

 

หลังจากการฝึกซ้อมจบลง เป็นหน้าที่ของเด็กปีหนึ่งที่จะต้องทำความสะอาดสนาม ระหว่างที่พวกเขากำลังถูพื้น โมโมอิกำลังบันทึกและจัดการแผนการฝึกซ้อมของผู้เล่นแต่ละคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะมีประโยชน์ระหว่างการแข่งขัน


คุโรโกะไม่ได้อยู่ที่สนามแล้ว เขากลับไปที่ห้องล็อคเกอร์เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากเขาเป็นผู้ดูแลประจำตัวคิเสะ (Kise’s personal instructor ตามเนื้อเรื่องคุโรโกะเป็นคนช่วยฝึกให้คิเสะในตอนแรก ไม่รู้จะใช้คำไหนดี =''=) คุโรโกะจะต้องคอยเฝ้าคิเสะทำความสะอาดเสมอ แต่หลังจากที่คิเสะได้เป็นตัวจริงแล้ว ทั้งสองคนก็ไม่ต้องทำแบบนั้นอีกต่อไป


โมโมอิกำลังบันทึกข้อมูลการซ้อมลงสมุดอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเรียกเธอ


“โมโมะจิน~”


มุราซากิบาระเดินมาหาเธออย่างเชื่องช้าจนเดาแทบไม่ออกว่าเป็นคนที่สามารถเล่นกีฬาที่ต้องการการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างบาสเก็ตบอล


เธอเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก แล้วทำแก้มป่องแบบเคืองๆพูดกับมุราซากิบาระ


“มุคคุง! ฉันบอกไปหลายรอบแล้วนะ อย่าเรียกฉันแบบนั้น!”


“เอ๋~ ทำไมล่ะ? เรียกแบบนี้มันง่ายดีนี่... แล้วก็น่ารักดีออก ไม่ดีหรอ?”


“หมายความว่ายังไงกัน? ไอ้ที่ว่าน่ารักน่ะ! อีกอย่าง มุคคุงแค่ต้องออกเสียงเพิ่มอีกคำเอง เวลาเรียกชื่อเต็มของฉันน่ะ”


“หืม? งั้นหรอ? แต่เรื่องนั้นไม่เห็นจะจำเป็นเลย”


“ไม่จำเป็นงั้นหรอ...?”


โมโมอิถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเจอกับนิสัยไม่ฟังใครของมุราซากิบาระ ในการคุยกับเขานั้น ต้องหัดรู้จักปล่อยวางและเปิดใจให้กว้าง “เอาเถอะ ว่าแต่.. มุคคุงมีอะไรรึเปล่า?”


“อ๊ะ จริงด้วย! อาคาจินมีเรื่องฝากมาบอกน่ะ”


“อาคาชิคุงน่ะหรอ?”


โมโมอิตึงเครียดขึ้นมาทันที ถ้าเป็นเรื่องของอาคาชิคุงบอกล่ะก็จะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากแน่นอน  แต่ถึงอย่างนั้น จากผลงานชมรมในช่วงนี้ ก็ดูไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนัก ด้วยเหตุนี้ เธอจึงนึกไม่ออกว่าอะไรที่อาคาชิอยากจะบอก โมโมอิจึงรออย่างตั้งใจ ขณะรอให้มุราซากิบาระพูดต่อ

 

“อาคาจินขอให้โมโมจินกลับพร้อมกับคุโระจินหลังเลิกเรียน~”


“หา?” โมโมอิตะลึง


กลับบ้านพร้อมกันหลังเลิกเรียน... หมายความว่ายังไงกัน?


ในทีแรกโมโมอิครุ่นคิดถึงความหมายของประโยคนั้น แต่แล้ว เธอก็นึกขึ้นได้ว่าการกลับพร้อมคุโรโกะจะเป็นอย่างไร และภาพอาคาชิชายหางตามองมาที่เธอด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กหน่อยอย่างผู้ที่รู้ทุกอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว


“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา~!”


ทั้งเขินทั้งมีความสุขในเวลาเดียวกัน เสียงกรีดร้องของโมโมอินั้นถึงขั้นทำให้มุราซากิบาระตกใจ


...นี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้กลับบ้านพร้อมกับคนที่เธอแอบชอบ

.

.

.

โมโมอิกำลังเดินมาที่ทางเข้าโรงเรียน จุดนัดพบที่อาคาชิบอก หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังมากมาย แต่เมื่อทางเข้าโรงเรียนมาอยู่ในระยะสายตา ความหวังของเธอก็แตกสลายไป


“ทำไมอาคาชิคุงถึงขอให้ผมกลับพร้อมกับโมโมอิซังล่ะครับ?” คุโรโกะมาถึงทางเข้าโรงเรียนแล้ว กำลังรอโมโมอิด้วยสีหน้าสับสน


“ถ้าอาคาจินว่าอย่างนั้น มันก็ต้องมีเหตุผลสิ” คนที่ตอบคำถามของคุโรโกะก็คือมุราซากิบาระที่ยืนอยู่ข้างๆ


“ถ้าจะมีเหตุผลอะไรล่ะก็ มันก็มีอยู่อย่างเดียวใช่มั้ย? อาโอมิเนจจิ?” หลังจากได้ยินมุราซากิบาระพูด คิเสะก็ยิ้มอย่างรู้ดีขณะหันไปพูดกับอาโอมิเนะ แต่อาโอมิเนะไม่สนใจแม้แต่น้อย หาวเสียงดังทีหนึ่ง แล้วพูดว่า


“จะอะไรก็ช่างเถอะ... ซัทสึกิ ขอยืมสมุดโน้ตแปปนึงสิ”


“อาโอมิเนะ นายเอาแต่พึ่งโน้ตของโมโมอิได้ยังไง!” มิโดริม่าพูดเสียงแข็ง ถัดจากเขาคืออาคาชิที่กำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ


“หรือว่า... ทุกคนจะกลับบ้านพร้อมกัน” โมโมอิเอ่ยถามอย่างตะกกตะกัก ทุกคนนอกจากอาคาชิพยักหน้า

 

“ประมาณนั้นแหละ หลังจากไปถ่ายเอกสารสมุดโน้ตของเธอแล้ว ฉันก็จะกลับล่ะ” อาโอมิเนะพูด

 

“ไม่! ไม่! ถ้านายกลับไปก่อนกลางทาง ก็ไม่มีความหมายอะไรน่ะสิ!”  คิเสะพูดกับอาโอมิเนะเบาๆ ((แอร๊ยย))

 

“จริงๆแล้วฉันจะกลับคนเดียว แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไปกับพวกนายสักพัก” มิโดริม่าบอก ((โอยย พ่อหนุ่มซึนตัวพ่อออ))


โมโมอิเริ่มรู้สึกปวดหัว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า การได้กลับบ้านพร้อมกับคุโรโกะนั้นจะต้องมีความสุขแน่นอน แต่กลับกัน สถานการณ์ตอนนี้มันเป็นการกลับบ้านกับพวกเด็กมีปัญหาชัดๆ


ในที่สุด คนที่เป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมดอย่างอาคาชิก็พูดเบาๆว่า “ฝากด้วยนะ โมโมอิ อย่าปล่อยให้คุโรโกะเถลไถล ส่งเขากลับบ้านทันทีเลยนะ” ((ฝากพี่น้ำเงินคุมดีกว่านะกัปตัน หรือไม่ก็อุ้มกลับไปเองนะคะคุณแดง โฮะๆๆๆ))


 “เอ๊ะ? อาคาชิคุง? อาคาชิคุง!?” โมโมอิรีบตะโกนตามหลังไป แต่อาคาชิก็ยังก้าวต่อไป พร้อมกับยกมือโบกลา

 

“ไปดื้อๆแบบนี้เลยหรอ...”

 

โมโมอิได้แต่จ้องแผ่นหลังของอาคาชิที่กำลังเดินจากไป

 

“หมายความว่ายังไงกัน ‘ห้ามเถลไถล’ น่ะ หมอนั่นคิดว่าตัวเองเป็นครูรึไง!?”

 

 อาโอมิเนะพูดขณะจ้องไปที่อาคาชิ ได้ยินดังนั้น คุโรโกะเลยพูดว่า “ถ้าอาคาชิคุงเป็นครูล่ะก็ คงสอนได้เข้าใจง่ายมากเลยล่ะครับ” ((แอร๊ยย แดงดำ!! สอนยังไงหรือก๊ะ? XD)) คิเสะเสริม “แต่เขาชอบพูดอะไรที่มันลึกซึ้งนะ ฉันว่าฉันคงไม่เข้าใจหรอก”


“เรื่องพรรค์นั้นน่ะช่างมันเถอะ! ไปกันได้แล้ว ฉันต้องไปก๊อปปี้((ถ่ายเอกสารน่ะ:ขอแปลแบบนี้ล่ะนะ))สมุดของซัทสึกิ” อาโอมิเนะสั่ง ได้ยินดังนั้นทุกคนก็พยักหน้า แล้วเริ่มออกเดิน


โมโมอิรีบห้ามทันที

 

“เดี๋ยวก่อน! เท็ตสึคุงกับฉันจะไม่ไปร้านสะดวกซื้อด้วยหรอกนะ!”

 

“หา? ทำไมล่ะ?” อาโอมิเนะที่เดินอยู่หน้าสุดหันกลับมาถาม “สมุดที่ฉันจะเอาไปก๊อปน่ะมันของเธอ แล้วเธอจะไม่มาได้ยังไง?” ((กรี๊ดดด เอาแต่ใจจริงนะคะคู๊ณณ))


“นายไม่ได้ยินที่อาคาชิคุงพูดรึไง? เขาบอกให้พาเท็ตสึคุงกลับบ้านทันที ห้ามเถลไถล แล้วฉันจะไปได้ยังไงกัน?” ตาของโมโมอิมีไฟลุกโชนด้วยความตั้งใจที่จะทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง “เพราะฉะนั้น วันนี้เราต้องกลับบ้านกันเดี๋ยวนี้!”


“แค่แปปเดียวจะเป็นอะไรไปเล่า? ไปร้านสะดวกซื้อก็ไม่ได้เถลไถลอะไรนั่นซักหน่อย!”


“ไม่ ฉันบอกว่าไม่!” โมโมอิปฎิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ


อาโอมิเนะเกาหัวอย่างรำคาญ “แล้วทำไมเธอต้องเชื่อฟังเขาขนาดนั้นด้วยเล่า..."


ตอนนั้นเอง คุโรโกะยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “เอ่อ.. เมื่อวันก่อนผมโดดคาบภาษาญี่ปุ่นไปน่ะครับ”


“หา?”


ทุกคนจ้องไปที่คุโรโกะอย่างสนใจว่าเขาตั้งใจจะพูดอะไร หลังจากโพล่งประโยคลอยๆขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “โมโมอิซัง ผมขอยืมสมุดโน้ตของคุณไปก๊อปปี้ด้วยได้ไหมครับ?”


“หา? เอ๋?”


การขอร้องจากคุโรโกะทำให้การตัดสินใจของโมโมอิเริ่มสั่นคลอน


ทำยังไงดีล่ะ... เท็ตสึคุงขอร้องเรื่องเล็กน้อยกับฉันแค่นี้เอง...  สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้โมโมอิรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี


คุโรโกะก้มหัวลง ก่อนที่จะโจมตีเธอเป็นครั้งสุดท้าย ((ตรงนี้เขาแปลมาว่า Final blow อ่ะ //ฮาลั่น))


“ขอความกรุณาด้วยนะครับ”


อาจเป็นเพราะว่าถูกล้อมไปด้วยเหล่าเด็กผู้ชายที่ตัวสูงมาก การที่คุโรโกะโค้งนั้นทำให้เขายิ่งดูเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆน่ารัก ((อ๊ากกกก จริงงง)) หัวใจของโมโมอิเต้นแรงขึ้น


สุดท้ายก็โยนความตั้งใจทั้งหมดตอนแรกทิ้งไป


“เฮ้อ.. งั้นก็ไปแค่ร้านสะดวกซื้อเท่านั้นนะ! หลังจากก๊อปปี้เสร็จ เราต้องกลับบ้านทันที!”


แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่โมโมอิก็รู้สึกว่าแก้มของเธอร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


“งั้นก็ไปได้แล้ว” อาโอมิเนะสั่งอีกรอบ พวกเขาก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง


รู้สึกเหมือนถูกหลอกยังไงก็ไม่รู้สิ…

.

.

.

โมโมอิใช้มือของเธอพัดเรียกลมใส่ตัว ขณะที่เดินตามหลังกลุ่มไป มิโดริม่าที่เดินรั้งท้ายหมุนตัวกลับมากะทันหัน มองมายังโมโมอิ


“โมโมอิ ช่วงก่อนสอบเธอให้อาโอมิเนะยืมโน้ตมาตลอดเลยรึเปล่า?”


“เอ๋ อืม? ใช่จ้ะ...”


มิโดริม่าเดินช้าลงเพื่อจะได้เดินไปพร้อมๆกับโมโมอิ “เธอตามใจหมอนั่นเกินไปแล้ว”


“อืม.. ฉันก็คิดเหมือนกันนะ แต่ว่า ถ้าฉันไม่ยอมให้เขาเอาอ่านล่ะก็ อาโอมิเนะคุงก็คงไม่จำเป็นต้องไปนั่งสอบเพราะรู้ว่าจะต้องตกแน่นอน...”


“พูดอีกอย่างก็คือ... ที่อาโอมิเนะผ่านมาได้ตลอดแค่เพราะอ่านโน้ตของเธอน่ะสิ?”


“อย่างนั้นหรือ?”


“โมโมอิ.. เธอจดยังไงเหรอ?”


“เอ๊ะ.. จดยังไงเหรอ?”


เมื่อเจอกับคำถามแปลกๆเข้า โมโมอิเลยเผลอตอบคำถามด้วยคำถามไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ มิโดริม่ามองโมโมอิด้วยสีหน้าจริงจัง


“เธอใช้ดินสอคอมพิวเตอร์รึเปล่า?(ไม่แน่ใจนะ 55) หรือใช้ปากกาสี? ไม่สิ! เธอใช้สมุดอะไรน่ะ! เป็นสมุดเฉพาะสำหรับจดโน้ตสำหรับการสอบโดยเฉพาะรึเปล่า!?” ((โอ๊ยย อิบร้า!))


“เอ่อ เดี๋ยวก่อน ช้าก่อนนะ มิโดริน!” โมโมอิทำสัญญาณเตือนให้เขาใจเย็นลง มิโดริม่าที่เริ่มรู้สึกตัวหลังจากการตั้งคำถามรัวๆ กลบเกลื่อนด้วยการกระแอมเล็กน้อย


“ฉันแค่สนใจนิดหน่อยน่ะ”


“สนใจ? สมุดโน้ตของฉันน่ะหรอ?


มิโดริม่าไม่ตอบ แต่ทอดสายตาไปที่ด้านหน้า


“ปีนี้ หลังจากได้อยู่ห้องเดียวกับอาโอมิเนะ ฉันไม่เคยเห็นหมอนั่นตื่นขึ้นมาสักคาบ แต่ถึงอย่างนั้น ถึงจะไม่ได้คะแนนสูงนัก แต่หมอนั่นก็ยังสอบผ่านตลอด ฉันเลยคิดว่า ความลับที่เขาสอบผ่านได้นั่นอยู่ที่สมุดโน้ตของเธอ”

 

“ความลับหรอ... พูดเป็นนิยายไปได้แน่ะมิโดริน”


“การไม่ปล่อยความเป็นไปได้ไปแม้แต่อย่างเดียว แปลว่าต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ยังไงล่ะ” ฟังจากที่มิโดริม่าพูด โมโมอิเริ่มคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ‘หรือว่า...’


“มิโดริน ถ้ามิโดรินไม่ถือล่ะก็ ก๊อปปี้โน้ตของฉันด้วยก็ได้นะ”


“หา! จริงหรอ?”

 

ชั่วแวบหนึ่ง ตาของมิโดริม่าเป็นประกาย แต่เขาก็รีบซ่อนมันอย่างรวดเร็วโดยการขยับแว่นตาให้เข้าที่ “ฉะ.. ฉันไม่ได้คิดจะยืมโน้ตของเธอหรอกนะ”

 

“เห.. คนที่เสนอให้มิโดรินยืมน่ะ คือฉันต่างหากล่ะ”

 

“หา?”

 

มิโดริม่าขมวดคิ้วด้วยความงุนงง โมโมอิจึงตอบอย่างร่าเริงว่า

 

“ถ้าความลับในการสอบผ่านของอาโอมิเนะคุงอยู่ในสมุดโน้ตของฉันล่ะก็ ฉันก็อยากจะพิสูจน์นะ เพราะงั้น ถ้ามิโดรินเอาโน้ตของฉันไปอ่านก็อาจจะรู้ก็ได้ ว่าความลับนั้นคืออะไร?”


“อืม จริงด้วยสินะ” มิโดริม่าพยักหน้า


“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะช่วยเธอดูให้ก็ได้” ((โอ๊ยยย ซึนจริงนะเอ็งงง //โวยวายถี่มาก 555))

 

เมื่อเห็นมิโดริม่าพยายามทำท่าจริงจังกลบเกลื่อนความยินดีนั้น โมโมอิก็หัวเราะ

 

“คราวนี้ ถ้ามิโดรินชนะอาคาชิคุงได้ก็ดีสินะ”


“อืม คราวนี้ฉันต้องชนะแน่!” มิโดริม่าโดนโมโมอิหลอกให้พูดสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ออกมาโดยไม่ตั้งใจ

 

ถึงมิโดริม่าจะตั้งใจเรียนอย่างมาก แต่เขาก็ไม่เคยชนะอาคาชิแม้แต่ครั้งเดียว เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจในเรื่องนี้ ที่จริงโมโมอิเคยได้ยินด้วยซ้ำว่า มิโดริม่าลองใช้วิธีการหลายอย่างเพื่อจะชนะอาคาชิ ซึ่งในคราวนี้ เขาตัดสินใจเลือกใช้ ‘โน้ตที่สามารถทำให้อาโอมิเนะรอดจากการสอบตก’


สำหรับโมโมอิแล้ว เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าอาคาชิจะแพ้ใครได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนว่าจะอยากเอาใจช่วยฝ่ายไหน


“ถึงจะค้นหาความลับได้ก็เถอะ แต่ฉันก็รู้สึกแย่นิดหน่อยที่ต้องขอยืมโน้ตของเธอมา ฉันจะต้องตอบแทนเธอให้ได้” โมโมอิยิ้มให้มิโดริม่าผู้มีมารยาทดีงาม แล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรหรอก แค่ก๊อปปี้สมุดโน้ตเท่านั้นเอง ดูอย่างอาโอมิเนะสิ หมอนั่นไม่เคยแม้แต่จะขอบใจฉันด้วยซ้ำ”


 

To be continued

 

[Talk~ คุยกันๆ]

ตอนนี้ฮาเนอะ โดยเฉพาะพี่เขียว เอ้ย! มิโดริม่าเนี่ย จะซึนไปไหนคร้าบบบบ
โมโมอิเป็นตัวเดินเรื่องตลอด ช่วยไม่ได้จริงๆ บทเยอะเกิ๊นน //ฉันไม่ใช่พวกแฟมินิสต์

สครีมลงส่วนแปลไปเยอะเลย เกะกะเนอะ //อดไม่ไหว


ตอนนี้ยังลังเลอยู่ว่าจะแปลด้วยภาษาแบบหนังสือหรือแปลแบบการ์ตูนดี
ภาษามันคนละแบบ = =! เลยใส่ไปครึ่งๆกลางๆให้อ่านลื่น.. แต่ก็ไม่รู้ว่าลื่นรึยัง (ก็แปลเองอ่านเอง =__=!)

 

จะเปิดเทอมแล้ว แปลใกล้จะจบแล้ว ไม่รู้จะได้มาลงจนจบมั้ย =x=!
เป็นไปไได้ก็อยากให้จบนะ จะแปลแต่ตอนพวกทีมปาฏิหาริย์นี่แหละ
ตอนอื่นมันก็สนุกดีอยู่แต่ไม่พีค... แต่ของเล่ม 2 สนุกกว่านี้อีก อ่านแล้วขำแหลกเลย XD

 

@Chompigon(' v ')v เบลอโมโมอิเหมือนกันค่ะ สนใจแต่มิตรภาพลูกผู้ชาย //ฮา
พวกนี้เวลาอยู่รวมกันแล้วฮาจริง ไม่เห็นมีคนปกติเลย 5555
เสียดาย อาคาชิยังไม่ค่อยมีบท สงสัยต้องรอโนเวลเล่มใหม่ๆเลย

@koedsilp  หลงคุณกัปตันเหมือนกันค่ะ นอกจากจะหน้าตาดีแล้วยังดูโรคจิตด้วย //โดนตบ
ชอบฟีลเวลาอาโอมิเนะมาช่วยเพื่อนๆมากเลย ทั้งตอนต่อยไฮซากิให้คิเสะ สอนคุโรโกะชู้ต ให้คางามิยืมรองเท้า  <<< (สปอยล์หลายตอน) อ่านจนถึงตอนล่าสุดแล้วรู้สึกอาโอมิเนะหล่อขึ้นจมเลย ตานี่นี่พระเอกปากหนักดีๆนี่เอง > <

Comment

Comment:

Tweet

555555555555555   สนุกมากคะ อ่านไปขำไป555

#5 By maria on 2013-04-03 19:47

>w< เพิ่งอ่านจบตอนแรกแบบปะกิดไปเองค่ะ 555+ ลองแปลดูเล่นๆ ด้วยความเพลิน แต่พอได้อ่านบล็อกนี้แล้ว...แปลดีกว่าเยอะค่ะ บางจุดนี่เรางงเต๊กดำน้ำไม่ถูกเลย
ถ้าคำว่าก๊อปปี้ ถ่ายเอกสาร ส่วนมากเราๆ จะพูดกันติดปากว่าซีร็อกซ์เนอะ แม้ซีร็อกซ์มันจะเป็นยี่ห้อเครื่องถ่ายเอกสารก็ตาม =w= (?)
"ไม่! ไม่! ถ้านายกลับไปก่อนกลางทาง ก็ไม่มีความหมายอะไรน่ะสิ!" คิเสะพูดกับอาโอมิเนะเบาๆ ((แอร๊ยย))
กร๊าซซซซ คิเสะะะะะะะะะะะะ ไม่ค่อยเลยนะก๊ะ "จริงๆแล้วฉันจะกลับคนเดียว แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไปกับพวกนายสักพัก" มิโดริม่าบอก ((โอยย พ่อหนุ่มซึนตัวพ่อออ))
มิโดรินซึนมากค่ะแถมยังรั่วฮาหน้าตายอีก ขำนายคนนี้ตลอดอ่ะ
เหนืออื่นใด แม้กัปตันจะแทบไม่มีบทพูดแต่ แอร๊ยกัปตันชะมัด กัปตันช่างตาเฉียบแหลม เอาจริงๆ กัปตันน่าจะส่งคุโรโกะคุงกลับบ้านเองเลยนะ 5555+ ไม่ต้องให้โมโมอิหรือใครคนอื่นหรอก ฮุๆ :P
ส่วนอาโฮ่มิเนะ เอ๊ย อาโอมิเนจจิ 555 ไม่แปลกใจเลยว่าจะหลับทุกคาบ และผ่านแบบเฉียดฉิว เรื่องที่นายสนใจก็มีแค่บาสเกตบอลกับ [      ] ใช่มั้ยล่ะ อิอิ
คนสุดท้ายแล้ว คุโรโกะคุงงงงง คุโรโกจจิ น่ารักกกกก ตอนแรกก็เฉยๆ ไม่ได้อะไร แต่ยิ่งอ่าน(มังงะ/อนิเม) ครก น่าเอ็นดูมาก >w<
ไว้ไปอ่านตอนต่อไปก่อนนะคะ ชอบสมัยที่พวกขบวนการหกสีเหล่านี้อยู่ด้วยกันจังเลย XD

#4 By Morethan on 2012-11-19 22:56

ฮือออ ยิ่งอ่านก็ยิ่งเพ้อ ยิ่งเพ้อก็ยิ่งบ้า 
ขอบคุณนะคะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณนะคะ
อ่านได้ไหลลื่นมากเลยย
มิโดริม่า นาย....นายมันซึนตัวพ่อ!! นิสัยซึนตอนหลังๆของอาโอะน่ะ ไม่ใช่ว่าได้รับเชื้อมาจากนายหรอกนะ!!
ฮืออ อ่านสามตอนรวด รู้สึกว่าไม่อยากให้โมโมะดำเนินเรื่องสักเท่าไร
และท่านกัปปิตันขาา ทำไมต้องให้โมโมะไปส่งเท๊ตสึ(ของหนุ่มๆคิเซกิ)ด้วยล่ะ!!! ชิๆๆๆๆ

#3 By binlha on 2012-11-10 20:31

มิโดริมะนายมันโครตซึนและรั่วเลย  แต่ชอบอ่ะมิโดรินแบบนี้ พ่อคนบ้าดวง จะชอบมากเป็นพิเศษทุกครั้งที่มิโดรินสรรหาลัคกี้ไอเท็มมาถือจริง ๆ (ยิ่งฉาก NG ตอนที่มิโดริมะถือลักกี้ไอเท็มน้องกบมาพบคิเสะครั้งแรก ว่าตอนเป็นอนิเมะปกติว่าฮาแล้วนะ  เจอ NG ฉากนี้ไป ต้องบอกว่าโครตจะฮาเลย)
เอาจริง ๆ ในคิเซกิคนที่ดูแล้วปากตรงกับใจมากที่สุดน่าจะเป็นคีจัง  ที่เหลือก็ซึน ๆ กันทั้งนั้นมากน้อยต่างกันไป 5555
แล้วก็อาคาชิซัง ถึงช่วงนี้จะหลงก็เถอะ แต่ให้โมโมอิกลับบ้านกับเท็ตสึคุงแบบนี้ไม่ปลื้มนะคะ แบนอาคาชิซามะสามวิ //อ๊ากกกก โดนกรรไกรปักหัว
แปลได้ไหลลื่นดีค่ะ อ่านแล้วเข้าใจกว่าที่ตัวเราเองแปลเยอะ 5555

#2 By koedsilp on 2012-11-06 04:01

กรี๊ด ร้ายเหลือเกินเท็ตสึคุง หลอกใช้สาวน้อย
แต่มิโดรินดูรั่วนะ นายจริงจังเกินไปแล้ว อ่านแล้วยิ่งรู้สึกว่าแกยิ่งโครตซึน >w<//
แปลได้ดีออกค่ะ ภาษาไหลลื่นน้า
ขอบคุณมากเลยค่ะ ฟิน~

#1 By Chompigon(' v ')v on 2012-11-05 22:50