[Trans]*Light novel : Kuroko no Basuke -Replace- [G1-4]

posted on 18 Nov 2012 21:04 by riizij in Translation directory Fiction, Cartoon
มาลงช้าเชียว ยังเหลือคนอ่านอยู่ไหมนะ?

ดูไปดูมาเนื้อเรื่องเหลืออีกเยอะเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าจะจบแล้วซะอีก
แถมแปลล่วงหน้าไปไม่เยอะเพราะช่วงนี้ยุ่งมาก
 

ถึงตอนนั้นอาจจะมีลิขสิทธิ์วางขายแล้วก็ได้... //สาธุ
 
ยังไม่ได้ตรวจทานเลย เจอคำผิดก็เตือนได้นะคะ

สำหรับใครอยากอ่านต้นทาง
เครดิตแปล จีน>Eng [ทางนี้] ค่ะ 
 
 
ส่วนทางนี้ตอนที่แล้ว
Part-I   
Part-II
 
 
[*กรุณาอย่านำไปเผยแพร่นะคะ เวลามีอะไรผิดพลาดจะได้เก็บกู้ง่าย]

 
เชิญอ่านต่อได้เลยค่ะ
.
.
 

Kuroko no Basuke -Replace-


The 1st Game: Teikou Middle School’s Eventful Afterschool

[Part-IV]


อีกฟากหนึ่ง คิเสะเกาะติดอยู่กับอาโอมิเนะ รัวคำถามใส่อย่างต่อเนื่อง “อาโอมิเนจจิ เข้าใจพื้นฐานของการเล่นบาสได้ยังไงกันน่ะ”

 

“แล้วปกติใช้เวลาแค่ไหน เวลาบริหารร่างกายที่บ้าน?”

 

“ได้ยินว่า ตอนเป็นเด็กอาโอมิเนจจิทำห่วงสำหรับบาสเก็ตบอลเอาไว้เล่นเองด้วยน่ะ จริงรึเปล่า?”

 

คิเสะยังคงยิงคำถามใส่อาโอมิเนะอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าคำถามจะเป็นอะไร อาโอมิเนะก็จะแค่ตอบไปส่งๆ อย่าง “ไม่รู้สิ” “ก็ธรรมดา” “จำไม่ได้แล้ว”

 

“อาโอมิเนจจิ จริงจังหน่อยสิ!” สุดท้ายคิเสะก็อดบ่นไม่ได้

 

“ฉันตอบจริงจังสุดๆแล้วนะ นายนั่นแหละที่ถามละเอียดเกินไป” อาโอมิเนะตอบอย่างหงุดหงิด เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำถามยาวเหยียดของคิเสะได้ คิเสะนั้นเป็นคนที่กระตือรือร้นเหมือนกับเขาในเวลาเล่นแบบ one-on-one และเป็นพวกที่เล่นบาสเก็ตบอลตามสัญชาตญาณเหมือนกัน ปกติธรรมชาติของอาโอมิเนะจะไม่มีความอดทนขนาดนี้ ((คนแปล ENG บอกไม่แน่ใจช่วงนี้เท่าไหร่ ทางนี้ก็เลยงงด้วย))

 

“เอาอย่างนี้เป็นไง? เรามาจบช่วงถามคำถามกันเถอะ ไหนเล่าเรื่องสนุกๆมาซิ”

 

“สนุก? เช่นอะไรล่ะ?” คิเสะถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ อาโอมิเนะเงยหน้าขึ้น คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “นายเป็นนายแบบนี่ โลกของนายแบบไม่มีอะไรน่าสนใจเลยรึไง?”

 

“โลกของนายแบบหรอ...” คิเสะจมอยู่กับความคิดของตัวเอง แล้วดีดนิ้วทีหนึ่ง “ช่วงที่ฉันถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารน่ะนะ มีช่างแต่งหน้าคนนึงที่กระตือรือร้นจริงๆเลยล่ะ ช่างเถอะ สำหรับพวกเราที่เป็นนายแบบน่ะนะ ก็ต้องการที่จะมาอยู่บนปกและก็อยู่ในอันดับต้นๆใช่มั้ย นั่นแหละ ช่างแต่งหน้าคนนั้นแต่งหน้าให้ฉันซะละเอียดเลยล่ะ ตั้งแต่รองพื้นเลยนะ เขาทาให้อย่างระวังมาก ไม่สิ เขาใช้เวลามากเลยล่ะตอนที่ทำให้รองพื้นเหมาะกับผิวน่ะ แล้วก็...”

 

“เท็ตสึ นายมีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้างไหม?” อาโอมิเนะที่ไม่สนใจเรื่องที่คิเสะเล่าแม้แต่น้อย หันไปพูดกับคุโรโกะแทน ((ก๊ากกกก //ตบบ่าคิเสะ เรื่องของนายมันน่าเบื่อจริงว่ะ))

 

“เฮ้ อาโอมิเนจจิใจร้าย นายขอให้ผมเล่าไม่ใช่หรอ ผมกำลังเล่าอยู่นะ!” คิเสะบ่น อาโอมิเนะทำหน้าบูด ก่อนจะพูด “เรื่องแต่งหน้าของนายน่ะ น่าเบื่อจะตาย”

 

“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ที่น่าสนใจน่ะจากนี้ไปต่างหาก”

 

“ไม่ได้แปลว่าฉันจะต้องรอจนมันน่าสนใจนี่หว่า ก็เริ่มตั้งแต่ตอนที่น่าสนใจเลยสิ”

 

“เอาแต่ใจชะมัด” คิเสะคอตก อาโอมิเนะไม่สนใจ หันไปพูดกับคุโรโกะต่อ “ว่าไงเท็ตสึ พวกนายคุยกันเรื่องอะไรอยู่?”

 

“เรากำลังคุยกันเรื่อง...” คุโรโกะแหงนหน้าขึ้นมองมุราซากิบาระที่เดินอยู่ข้างๆ “เราคุยกันเรื่องขนมน่ะ~ เพราะคุโรจินบอกว่าเจอขนมปังกรอบแท่ง* ((*Cracker Stick น่าจะประมาณพริทซ์หรือป๊อกกี้น่ะค่ะ)) รสใหม่ด้วย” มุราซากิบาระตอบ ขณะที่มองมาด้วยตาเบลอๆง่วงๆตามแบบฉบับของเขา

 

“โอ้ รสใหม่นี่เป็นไง?” อาโอมิเนะดูสนใจในหัวข้อนี้ จึงกระตุ้นให้เขาเล่าต่อ คิเสะถอนใจ “เรื่องน่าสนใจที่นายอยากจะฟังคือไอ้เรื่องขนมปังแท่งเนี่ยนะ!?” แต่ก็ไม่มีใครสนใจคิเสะ 

 

“จะว่ายังไงดี... รสชาติมันทำให้อยากจะลองชิมอีกสักครั้ง”

 

หลังจากนั้นมุราซากิบาระก็หาวออกมาอย่างัวเงีย ดังนั้นคุโรโกะจึงอธิบายต่อ “ครั้งก่อน ผมพบมันโดยบังเอิญที่เกมเซ็นเตอร์ คิดว่ามันคือรส chili oil tomato น่ะครับ”

 

“รส Chili oil tomato! อะไรล่ะนั่น! คนปกติใครเขาเอาสองรสนี้มาผสมกันน่ะ?”
((ตรงนี้ไม่แน่ใจ มึนๆ))

 

“จะว่าไป คุโรโกจจิเองก็ไปเกมเซ็นเตอร์เหมือนกันหรอ!?”

 

หลังจากหายเจ็บปวดจากความเย็นชาของอาโอมิเนะแล้ว คิเสะก็มาร่วมวงสนทนาด้วย เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร เวลาที่คุโรโกะไปเล่นเกมอย่างเงียบๆคนเดียวที่เกมเซ็นเตอร์

 

คุโรโกะพยักหน้าแล้วตอบว่า

 

“ผมชอบไปมากเลยล่ะ ที่ผมถนัดคือเกมคีบตุ๊กตา*ครับ” ((*claw crane ถ้านึกไม่ออก หน้าตาประมาณนี้ค่ะ ))

 

“คุโรโกจจิเล่นเครื่องคีบตุ๊กตา อยู่ในเกมเซ็นเตอร์...”

 

ภาพคุโรโกะบังคับเครื่องคีบตุ๊กตาอย่างเงียบๆคนเดียว ผุดขึ้นในหัวคิเสะ

 

คงจะดูเหงาสุดๆเลยนะ... เขาอดคิดไม่ได้  ((คุโรโก่~~(ในหัวคิเสะ) น่ารักโพดดด //กรีดร้องไม่เป็นภาษา))

 

แต่ถ้าเป็นคุโรโกะที่กำลังเล่นล่ะก็ เขาอาจะพาวเวอร์อัพ  แล้วคีบตุ๊กตาตัวใหญ่ได้ง่ายๆ หลังจากนั้นก็ออกจากเกมเซ็นเตอร์เงียบๆคนเดียวโดยไม่มีใครรู้ตัวว่าเขาได้มาที่นี่ก็เป็นได้ เลยเป็นที่มาของตำนาน “ราชาปริศนาแห่งตู้คีบตุ๊กตา”

 

คิเสะเริ่มปล่อยจินตนาการเลยเถิด เขาจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้! ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

 

“คุโรโกจจิ อยากไปเกมเซ็นเตอร์สักหน่อยไหม?”

 

“หา? อยู่ดีๆพูดอะไรออกมาน่ะ?” อาโฮ่อาโอมิเนขัดขึ้นก่อนที่คุโรโกะจะได้พูดอะไร

 

“โธ่... นายไม่อยากเห็นคุโรโกจจิเล่นตู้คีบตุ๊กตาหรอ?” ((อยากกกกกกกกกกกกกกก))

 

“ไม่มีทาง เราต้องไปร้านสะดวกซื้อก่อน เนอะ คุโระจิน” มุราซากิบาระค้านด้วยเสียงงัวเงีย ((//อยากถีบอิยักษ์กุหลาบม่วงนี่ให้ปลิวซะจริง)) “เราตกลงกันแล้วว่าจะไปหาขนมปังรสใหม่กันที่ร้านสะดวกซื้อครับ” ((เริ่มรำคาญอิแท่งหรรษานี่ละนะ))


“แต่นายเจอขนมรสใหม่นั่นที่เกมเซ็นเตอร์นี่? ถ้างั้นไปเกมเซ็นฯก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ?”

 

“ถ้าต้องไปล่ารางวัลจากเกม สู้ไปซื้อเอาที่ร้านเลยไม่ง่ายกว่าหรอ? ฉันก็อยากซื้อขนมอย่างอื่นด้วย”

 

“ฉันก็อยากก๊อปปี้โน้ตของซัทสึกิให้เสร็จไวๆ ไปร้านสะดวกซื้อนั่นแหละ”

 

คิเสะต้องยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้ ทุกคนตรงไปยังร้านสะดวกซื้อตามที่ตกลงกันไว้

 

เมื่อถึงจุดหมาย โมโมอิ อาโอมิเนะ และมิโดริม่ารีบตรงไปยังเครื่องถ่ายเอกสาร ส่วนคุโรโกะกับมุราซากิบาระเดินไปที่มุมขายขนม คิเสะถูกทิ้งให้ยืนรออยู่นอกร้าน ((ก็ตามเข้าไปสิย้า บากะ!))

 

ในเวลาไม่ถึงสามนาทีถัดมา โมโมอิกับมิโดริม่าก็เดินออกมาจากร้าน

 

“เอ๋? ทำไมเร็วจัง?” คิเสะประหลาดใจ

 

“เครื่องถ่ายเอกสารใช้ไม่ได้” อาโอมิเนะตอบอย่างไม่เต็มใจ

 

“มีเด็กนักเรียนมาถ่ายเอกสารสมุดโน้ตเยอะมาก กระดาษเลยหมด  จริงๆนะ การถ่ายเอกสารโน้ตของคนอื่นก่อนสอบนี่มันแย่จริงๆ” มิโดริม่าขยับแว่นของเขาอย่างอารมณ์เสีย

 

“เฮ้ๆ นายก็จะถ่ายเอกสารโน้ตของซัทสึกิเหมือนกันแหละ” อาโอมิเนะสวนขึ้นมาทันที

 

“เพราะโมโมอิขอร้อง ฉันเลยต้องตกลงต่างหาก แล้วฉันเองก็จดโน้ตเองอยู่แล้วด้วย ที่จะถ่ายเอกสารก็เพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างเท่านั้น ไม่เหมือนกับนาย”

 

“ไม่เหมือนตรงไหนกันฟะ? ไม่เห็นจะเข้าใจซักนิด” คิเสะรู้สึกเห็นด้วยเต็มที่กับความเห็นของอาโอมิเนะ

 

“ทุกคนเร็วจังเลยนะ”

 

คราวนี้เป็นคุโรโกะกับมุราซากิบาระที่กอดถุงพลาสติกไว้ เดินออกมาจากร้าน

 

“เป็นไงบ้างพวกนายได้ขนมปังแท่งรส chilli oil tomato มาไหม?” คิเสะถาม แต่มุราซากิบาระส่ายหน้าอย่างหดหู่

 

“แย่จัง”

 

“รสนี้มีขายอยู่แค่ไม่กี่ร้านเท่านั้น ที่นี่เลยไม่มีน่ะครับ” คุโรโกะอธิบายเพิ่มขณะเดินตามมา แต่ถุงที่มุราซากิบาระกอดอยู่เหมือนจะมีขนมอย่างอื่นอยู่เต็ม

 

คิเสะจึงบอกว่าอาโอมิเนะกับคนอื่นก็ถ่ายเอกสารโน้ตไม่ได้เหมือนกัน

 

“ช่วยไม่ได้ ไปหาร้านอื่นกันเถอะ”

 

ได้ยินอาโอมิเนะแนะ โมโมอิก็ค้านเสียงดัง

 

“ว่าไงนะ! ตอนแรกเราไม่ได้ตกลงกันแบบนั้นนี่”

 

มิโดริม่าไม่ร่วมวงสนทนาด้วย แต่พูดกับตัวเองว่า

 

“ยังไงก็เถอะ ที่ร้านอื่นใกล้ๆนี่ก็อาจจะมีสภาพไม่ต่างกัน เพราะโรงเรียนเรามีนักเรียนตั้งเยอะ”

 

“ฉันไม่ชอบเดินแล้วไม่ได้อะไรเลยนะ~” มุราซากิบาระบ่น ในปากเต็มไปด้วยมันฝรั่งทอดกรอบที่เพิ่งซื้อมา ((นี่มันสโลธ ณ FMA ชัดๆ ตัวใหญ่ อืดๆ ขี้บ่น ขี้รำคาญ //โดน FC รุมกระทืบ))

 

โมโมอิถือโอกาสประกาศ “เพราะงั้น วันนี้เราถึงได้ต้องพอแค่นี้ไงล่ะ แยกย้ายกันได้แล้ว เท็ตสึคุงไม่ควรเถลไถลไปมากกว่านี้ ใช่ไหมเท็ตสึคุง?” โมโมอิหันมามองคุโรโกะ ที่เกาแก้มเขาอย่างช้าๆ แล้วพูดว่า

 

“ผมรู้จักอยู่ที่นึงครับ”

 

“หา?”

 

ทุกคนจ้องไปยังคุโรโกะ

 

“เกมเซ็นฯที่ผมไปประจำมีเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ แต่ไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ เพราะงั้นนักเรียนจากโรงเรียนเราอาจจะไม่ได้ไปที่นั่นก็ได้ครับ แล้วก็ที่นั่นแหละที่ผมเจอกับขนมรสใหม่”

 

“งั้นก็ไปที่นั่นแหละ”

 

“ไม่นะ!”

 

โมโมอิผู้ได้รับคำสั่งจากอาคาชิ ตะโกนสุดเสียง

 

“เท็ตสึคุงห้ามเถลไถลนะ! พวกเราไปไม่ได้เด็ดขาดดดดด!!”

 

To be continued

 


[Talk~ คุยกันๆ]

ขอบคุณคอมเน้นต์นะคะ ดีจริงๆที่มีคนเม้าท์เรื่องนี้ด้วย น่ารักเนาะนิยายเนี่ย > <
อย่างที่บอกว่ายุ่งมากกก คงมาลงบ่อยๆไม่ไหว

แต่ก็เผลออ่านโนเวลกับดูเมะไปบ้างนะ No.6 สนุกจัง♥ (เอ่อะ ช้าไปมั้ย)
ไม่ได้ขายแต่ความวายซักหน่อย ตัวเนื้อเรื่องมันก็น่าติดตามนะ
จนเสียดายว่าถ้ามันไม่วายคงจะทำให้กลุ่มคนดูกว้างกว่านี้ (แต่แบบนี้เราก็นั่งฟินอย่างช่วยไม่ได้ =w=)
ชอบเสียงชิองง มันคือเสียงน้องโฮป ณ FFXIII โมเอ้~~~


อ่า กลับมาเรื่องคุโรโกะๆ

ชอบดราม่าซีดีจัง ฟังหลายๆรอบก็เข้าใจเนื้อเรื่องดีขึ้นนาาา
ตอนใหม่ออกแล้วยังไม่ได้ฟังเลย TwT


@Chompigon(' v ')v ขอบคุณค่า ได้อ่านอย่างสนุกเราก็ดีใจ ^^

@koedsilp ขอบคุณค่า ยังแปลไม่เป๊ะเท่าไหร่แต่ถ้าอ่านได้สนุกก็ดีใจค่ะ
NG เคโรสึเกะสินะคะ เราฮาลั่นบ้านเลย ส่วนที่ให้โมโมอิไปส่ง เพราะอาคาชิล่วงหน้าไปรอที่บ้านก่อนค่ะ (อันนี้แต่งต่อเอง 5555
//โดนกรรไกรจ้วงพุง)

@binlha ขอบคุณเช่นกันค่า นิยายน่ารักอ่ะค่ะ เลยอยากให้มีคนอ่านด้วยจะได้มาเม้าท์กัน 555 //อย่างน้อยตอนนี้ก็มีสลับมาให้คิเสะเป็นตัวเดินเรื่องนิดนึงนะคะ แถมทำได้ดีซะด้วย ถ้าเปลี่ยนเป็นคิเสะเดินเรื่องเป็นหลักเราว่าฮากว่านี้เยอะแน่ ตานี่หล่อรั่วได้ใจจริงๆ หรือให้คนอื่นเดินเรื่องอาจจะเปลี่ยนเป็นโชเน็นไอก็เป็นได้ (ฮา)


ยอดวิวดูคึกคักดีจัง หลังอ่านเสร็จแวะมาคุยกันมั่งก็ได้นะคะ =3=

Comment

Comment:

Tweet

น่าสงสารโมโมอิจังมาก ฮาาา โดนหนุ่มๆลากไปโน่นมานี่ เท็ตสึคุงก็เข้าใจใช้เสน่ห์ความโมเอะ(?)ให้โมโมอิยอมตาม ร้ายไม่เบานะเนี่ย 

#6 By freyachan on 2012-11-26 14:26

อ่านพาร์ทสองสามรู้สึกได้เลยว่านี่มันแอบฟ้าเหลืองอย่างที่ได้ยินคำร่ำลือมาจริงๆด้วย
เราเพิ่งมาได้อ่านแปลไทยนี้ แอบสงสัยว่าคุณRii,,เชียร์หลักๆคู่ไหน //อ่านวงเล็บเหมือนอวยทุกคู่เลย ฮา
ตอนอ่านโนเวลรู้สึกชอบเวลาคุโรโกะอยู่กับมุคคุงยังไงไม่รู้
คู่นี้นิ่งๆเฉื่อยๆน่ารักดีอ่ะค่ะ คุยกันเรื่องขนมอีกต่างหาก
มิโดริมะก็ซึนเอ๊าซึนเอา น่ารักจริงๆ
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะค้า จะติดตามผลงานต่อไป ><

#5 By CHIP on 2012-11-20 20:58

คิเสะอารมณ์แฟนคลับนัมเบอร์วันของอาโฮ่เลยอ่ะ 55555 ถามละเอียดซอกซอนแทบทุกรูขุมขน นึกภาพแบบคิเสะไปบ้านอาโฮ่ เจอหมอน ผ้าห่ม เตียงแล้วก็กระโดดเข้านอนกลิ้งไปกลิ้งมา (ขอโทษนะคีจัง แม้มันจะดูสาวน้อยไปหน่อยก็เถอะ >w<)  ไม่ได้อยากเข้าข้างอาโฮ่หรอกนะ แต่เรื่องแต่งหน้าของนายก็ไม่มีไรจริงๆ ง่ะ... แถมดูจะโดนทุกคนเมิน คิเสะผู้น่าสงสาร 555555 คิเสะน่ารักอ่ะ อารมณ์แบบหมาน้อยน่ารัก อารมณ์ดี พอเศร้าก็หูลู่หางตกเหงาหงอย

ส่วนพี่แว่นหัวเขียว นึกภาพกับบทพูดและการกระทำยังไงก็ฮา ก็เห็นแก่ความพยายามของพี่ในหลายๆ ด้าน ก็แอบหวังให้พี่ชนะอยู่บ้าง แต่คู่แข่งของพี่เป็นกัปตัน ด้วยความที่ปักธงกัปตันสุดๆ ก็เลย...ขอโทษนะมิโดริน 5555555

#4 By Morethan on 2012-11-19 23:07

โอ้ยยย ตอนนี้นี่มันน เซอร์วิสชัดๆๆๆ ตอนแรกอวยฟ้าเหลืองมากมาย หลังจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นฟ้าดำ(เพราะนี่คือคู่แท้) พี่ฟ้าเธอจงใจขัดจังหวะม่วงดำใช่มั้ยยย!!! ฮาาา คิเสะนายมันน่ารักโพ้ดดดด โอ้ยยย เราหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น หลังจากฟ้าดำ มันก็เริ่มกลายเป็นเหลืองดำ และศึกแย่งชิงเหลืองดำ !! //บ้าไปแล้ว
“ราชาปริศนาแห่งตู้คีบตุ๊กตา” คำนี้ของนายมันทำให้เราหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังมากคิเสะ!! จินตนาการนายมันไปไกลถึงดาวอังคารแล้วมั้งนั่น!!! ฮ่าๆๆๆ แล้วยังตอนจบอีก ครกคุงงง นายคิดจะแว่บไปเล่นเกมส์สินะ... หึหึหึ ไม่ค่อยเลยน้าา เจ้าเล่ห์ไม่เบา เดี๋ยวก็ให้คุณกัปปิตันมาจัดการหรอก
คิเสะดำเนินเรื่องได้น่ารักกว่ามากๆเลยล่ะค่ะ ดูน่าสนใจกว่ามาก กลิ่นโชเน็นก็แผ่ซ่านขึ้นเยอะมาก(นี่คือจุดประสงค์สำคัญ) 555+ แต่พอเปลี่ยนเป็นคิเสะดำเนินเรื่องแล้ว เหมือนโมโมอิหายไปจากเรื่องเลยจริงๆนะ เอิ๊กๆๆ แต่คิเสะนายมันหล่อรั่วขี้อ้อน น่าร้ากกก หมาน้อยรีทีฟเว่อร์ตัวจริงเสียงจริงเลย ให้ตายเหอะ!!!

#3 By binlha on 2012-11-19 18:25

ยังตามอ่านอยู่ค่ะ ยังไม่หายไปไหน
อ่านตอนนี้ช่วงแรกบรรยากาศฟ้าเหลืองมาก แต่คิดไม่ถึงว่าคุโรโกะจะชอบไปเกมเซนเตอร์ด้วย 555  นึกภาพตามคิเสะออกเลย ยิ่งนึกยิ่งฮา
ดราม่าซีดีตัวใหม่ยังไงก็ต้องหาฟังให้ได้นะคะ อันนี้ฮามากเป็นช่วงตอนงานโรงเรียนสมัยเทโคว  คิเซกิออกครบทุกคน  อาคาชิซามะถึงจะออกนิด ๆ หน่อย ๆ แต่มาทีก็ทำเรานอนฟินไปอีกหลายวัน  ดราม่าตัวนี้ตอกย้ำความรั่วของคิเซกิมากมาย
มาลงแปลบ่อยไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะยังไงก็ตามอ่านอยู่แล้ว big smile big smile

#2 By koedsilp on 2012-11-19 10:17

คนอ่านยังไม่หายไปน้า ยังมีเค้าอยู่ (ยกมือ)
อ่านตอนแรก นี่มันอวยฟ้าเหลืองนี่นา เห็นคิเสะยิงคำถามใส่อาโอใหญ่เลย อยากพิมพ์ว่า อาโฮเหมือนกัน
อ่านตอนนี้ทำให้นึกถึงตอนที่คุโรโกะไปเที่ยวกับโมโมอิเลย คุโรคีบตุ๊กตาให้โมโมอิด้วย(จากรูปตัวที่เป็นรูปผีซ้ายล่างอ่ะคะ) อ่านด้วยความเจ็บช้ำT-T อ่านที่replaceตอนนี้ทำให้รู้เลยว่า คุโรจังมีสกิลคีบตุ๊กตาด้วย เป็นผู้ชายที่ดูน่ารักจัง
ตอนนี้พยายามโฟกัสมุราซะกิ บทยังน้อย แต่ดูแล้วถ้าจะคลั่งขนมอย่างหนัก ทำไมมันไม่อ้วนเนี่ย >w< เรากินแล้วอ้วนเอาๆ
ขอบคุณสำหรับงานแปลนะคะ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าน่าหลั๊กอ่ะ~

#1 By Chompigon(' v ')v on 2012-11-18 22:02